Health

ผลไม้คนเป็นเบาหวานกินได้ และผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง!

เรามาแนะนำผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานสามารถกินได้น้ำตาลไม่สูง เพื่อที่จะไม่ให้ได้รับน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายมากจนเกินไปสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน

ภาพจาก macrovector_official

ผลไม้เบาหวานกินได้

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้น

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลทีเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ที่เราเรียกว่า “เพกทิน” อยู่สูงมาก เพกตินจะช่วยดักจับไขมัน ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด และยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่าง ๆ รวมไปถึงเบตาแคโรทีนอีกด้วย

  • แอปเปิ้ล 100 กรัม มีน้ำตาล 10 กรัม

แตงโม

แตงโมมีแคลอรี่ต่ำ เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ใครที่ชอบกินชอบจุกจิกให้ลองหันมาทานแตงโมก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นแถมไม่อ้วนอีกด้วย

  • แตงโม 100 กรัม มีน้ำตาล 6 กรัม

ฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้รสหวานน้อย และมีเส้นใยสูง ปริมาณแคลอรี่ต่ำ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยลดไขมันในเลือด ฝรั่งเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเพราะมีไฟเบอร์สูงจึงช่วยทำให้อิ่มท้องได้นานแล้วยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย

  • ฝรั่ง 100 กรัม มีน้ำตาล 7.2 กรัม

แก้วมังกร

แก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

  • แก้วมังกร 100 กรัม มีน้ำตาล 8.6 กรัม

สตอเบอร์รี่

ทั้งสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

  • สตรอเบอร์รี่ 100 กรัม มีน้ำตาล 4.9 กรัม

ส้ม

เพราะในส้มนั้นมีสารฟลาโวนอยด์และกรดฟีนอลเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีวิตามินซีและเส้นใยอาหารสูงช่วยชะลอระดับกลูโคสอีกด้วย

  • ส้ม 100 กรัม มีน้ำตาล 8 กรัม

เสาวรส

ผลไม้รสเปรี้ยวเนื้อสีส้มสดใสอย่างเสาวรสนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งดีต่อสุขภาพ อีกทั้งเนื้อเสาวรสและเปลือกของมันยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้เรียกว่าเพคตินซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะทำให้ความสามารถในการดูดซึมน้ำตาลลดลง

  • เสาวรส 100 กรัม มีน้ำตาล 11 กรัม

ส้มโอ

เป็นผลไม้อีกชนิดที่คนไทยนิยม เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ กินแล้วสดชื่น แถมมีข้อดีคือมีวิตามินซีและเส้นใยอาหารสูง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ที่ไปช่วยในการสร้างความสมดุลให้แก่ฮอร์โมนอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด

แก้วมังกร

แก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน

ภาพจาก macrovector_official

ผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานควรเลี่ยง

ทุเรียน

เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงและยังอุดมไปด้วยไปด้วยไขมันและกำมะถัน ผลไม้ชนิดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้เกิดร้อนในอีกด้วย

  • ทุเรียนหมอนทอง 100 กรัม มีน้ำตาล 21 กรัม

ขนุน

ผลไม้ที่มีรสหวานและน้ำตาลสูงอย่างขนุนคงไม่เหมาะกับการนำมาให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานเพื่อลดน้ำตาลในเลือดหรือควบคุมอาการของโรค แต่น้ำที่สกัดจากใบของขนุนนั้นถูกใช้เป็นยาตามตำรับพื้นบ้านเพื่อรักษาเบาหวานมาอย่างยาวนาน จนเริ่มมีงานวิจัยที่หาคำตอบในด้านนี้ตามมา

  • ขนุน 100 กรัม มีน้ำตาล 21 กรัม

มะม่วงสุก

ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากอาการไข้ ไม่ควรเลือกรับประทานมะม่วงสุก เพราะอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรืออาจทำให้อาการไข้กำเริบขึ้น

  • มะม่วงสุก 100 กรัม มีน้ำตาล 14 กรัม

ลำไย

แม้ลำไยจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีและเต็มไปด้วยสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายอย่าง แต่ก็ใช่ว่าคุณจะสามารถรับประทานได้เป็นจำนวนมากในมื้อเดียวได้ เพราะอาจทำให้เกิดอาการร้อนใน เกิดแผลในช่องปาก หรืออาการตาแฉะ เนื่องจากลำไยเป็นผลไม้ที่เพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย หลายท่านที่ไม่ทราบเมื่อรับประทานมากอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บคอ ไอ มีเสมหะ หรือเกิดแผลอักเสบในทางเดินอาหาร อีกทั้งยังส่งผลร้ายต่อผู้ที่มีอาการป่วยเบาหวานโดยตรง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานและให้แคลอรีสูง ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

  • ลำไย 100 กรัม มีน้ำตาล 18 กรัม

ละมุด

ละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรบริโภคเพียงเล็กน้อยและนานครั้ง ๆ

  • ละมุด 100 กรัม มีน้ำตาล 17 กรัม

น้อยหน่า

น้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรรับประทานน้อยหน่าแต่พอดี เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

  • น้อยหน่า 100 กรัม มีน้ำตาล 16 กรัม

ลิ้นจี่

ลิ้นจี่ยิ่งหวานน้ำตาลยิ่งเยอะ ใครชอบทานก็ควรระวังนิดนึง ในเนื้อผลลิ้นจี่จะมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ดังนั้นการรับประทานลิ้นจี่ในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนในได้

  • ลิ้นจี่ 100 กรัม มีน้ำตาล 14 กรัม

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความ

ผลไม้คนเป็นเบาหวานกินได้ และผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง!

[rule_3_plain]

เรามาแนะนำผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานสามารถกินได้น้ำตาลไม่สูง เพื่อที่จะไม่ให้ได้รับน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายมากจนเกินไปสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน
สารบัญ
แสดงหัวข้อทั้งหมด

ผลไม้เบาหวานกินได้

ผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานควรเลี่ยง

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});ภาพจาก macrovector_officialผลไม้เบาหวานกินได้โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ส่งผลให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดปริมาณมาก หากปล่อยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้นแอปเปิ้ลแอปเปิ้ลทีเส้นใยที่ละลายในน้ำได้ที่เราเรียกว่า “เพกทิน” อยู่สูงมาก เพกตินจะช่วยดักจับไขมัน ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด และยังไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่าง ๆ รวมไปถึงเบตาแคโรทีนอีกด้วยแอปเปิ้ล 100 กรัม มีน้ำตาล 10 กรัมแตงโมแตงโมมีแคลอรี่ต่ำ เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ใครที่ชอบกินชอบจุกจิกให้ลองหันมาทานแตงโมก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นแถมไม่อ้วนอีกด้วยแตงโม 100 กรัม มีน้ำตาล 6 กรัมฝรั่งฝรั่งเป็นผลไม้รสหวานน้อย และมีเส้นใยสูง ปริมาณแคลอรี่ต่ำ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยลดไขมันในเลือด ฝรั่งเป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเพราะมีไฟเบอร์สูงจึงช่วยทำให้อิ่มท้องได้นานแล้วยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วยฝรั่ง 100 กรัม มีน้ำตาล 7.2 กรัมแก้วมังกรแก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แก้วมังกร 100 กรัม มีน้ำตาล 8.6 กรัมสตอเบอร์รี่ทั้งสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามิน ไฟเบอร์ และสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วยสตรอเบอร์รี่ 100 กรัม มีน้ำตาล 4.9 กรัมส้มเพราะในส้มนั้นมีสารฟลาโวนอยด์และกรดฟีนอลเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีวิตามินซีและเส้นใยอาหารสูงช่วยชะลอระดับกลูโคสอีกด้วยส้ม 100 กรัม มีน้ำตาล 8 กรัมเสาวรสผลไม้รสเปรี้ยวเนื้อสีส้มสดใสอย่างเสาวรสนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งดีต่อสุขภาพ อีกทั้งเนื้อเสาวรสและเปลือกของมันยังมีเส้นใยที่ละลายน้ำได้เรียกว่าเพคตินซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะทำให้ความสามารถในการดูดซึมน้ำตาลลดลงเสาวรส 100 กรัม มีน้ำตาล 11 กรัมส้มโอเป็นผลไม้อีกชนิดที่คนไทยนิยม เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ กินแล้วสดชื่น แถมมีข้อดีคือมีวิตามินซีและเส้นใยอาหารสูง และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ที่ไปช่วยในการสร้างความสมดุลให้แก่ฮอร์โมนอินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือดแก้วมังกรแก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุมากมายหลายชนิด มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำ และมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวานภาพจาก macrovector_officialผลไม้ที่คนเป็นเบาหวานควรเลี่ยงทุเรียนเนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงและยังอุดมไปด้วยไปด้วยไขมันและกำมะถัน ผลไม้ชนิดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้เกิดร้อนในอีกด้วยทุเรียนหมอนทอง 100 กรัม มีน้ำตาล 21 กรัมขนุนผลไม้ที่มีรสหวานและน้ำตาลสูงอย่างขนุนคงไม่เหมาะกับการนำมาให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานเพื่อลดน้ำตาลในเลือดหรือควบคุมอาการของโรค แต่น้ำที่สกัดจากใบของขนุนนั้นถูกใช้เป็นยาตามตำรับพื้นบ้านเพื่อรักษาเบาหวานมาอย่างยาวนาน จนเริ่มมีงานวิจัยที่หาคำตอบในด้านนี้ตามมาขนุน 100 กรัม มีน้ำตาล 21 กรัมมะม่วงสุกผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากอาการไข้ ไม่ควรเลือกรับประทานมะม่วงสุก เพราะอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรืออาจทำให้อาการไข้กำเริบขึ้นมะม่วงสุก 100 กรัม มีน้ำตาล 14 กรัมลำไยแม้ลำไยจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดีและเต็มไปด้วยสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายหลายอย่าง แต่ก็ใช่ว่าคุณจะสามารถรับประทานได้เป็นจำนวนมากในมื้อเดียวได้ เพราะอาจทำให้เกิดอาการร้อนใน เกิดแผลในช่องปาก หรืออาการตาแฉะ เนื่องจากลำไยเป็นผลไม้ที่เพิ่มความร้อนให้กับร่างกาย หลายท่านที่ไม่ทราบเมื่อรับประทานมากอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บคอ ไอ มีเสมหะ หรือเกิดแผลอักเสบในทางเดินอาหาร อีกทั้งยังส่งผลร้ายต่อผู้ที่มีอาการป่วยเบาหวานโดยตรง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าลำไยเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานและให้แคลอรีสูง ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นลำไย 100 กรัม มีน้ำตาล 18 กรัมละมุดละมุดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานจัด ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ควรบริโภคเพียงเล็กน้อยและนานครั้ง ๆละมุด 100 กรัม มีน้ำตาล 17 กรัมน้อยหน่าน้อยหน่าเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรรับประทานน้อยหน่าแต่พอดี เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นน้อยหน่า 100 กรัม มีน้ำตาล 16 กรัมลิ้นจี่ลิ้นจี่ยิ่งหวานน้ำตาลยิ่งเยอะ ใครชอบทานก็ควรระวังนิดนึง ในเนื้อผลลิ้นจี่จะมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ดังนั้นการรับประทานลิ้นจี่ในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนในได้ลิ้นจี่ 100 กรัม มีน้ำตาล 14 กรัม
(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({}); (adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

#ผลไมคนเปนเบาหวานกนได #และผลไมทควรหลกเลยง


  • #ผลไมคนเปนเบาหวานกนได #และผลไมทควรหลกเลยง
  • สังเคราะห์: Mobitool

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button